ม่าน มีหลายแบบ
แนวทางการเลือกใช้ม่านให้เหมาะกับสถานที่และการใช้งาน
ม่านมีให้เลือกหลากหลายชนิดตามการใช้งาน เช่น ผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านปรับแสง และม่านม้วน ซึ่งผลิตจากวัสดุที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นผ้า ไม้ อลูมิเนียม โพลีเอสเตอร์ หรือพีวีซี (PVC) โดยม่านแต่ละชนิดต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกใช้ม่านจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับสถานที่และประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก เช่น ม่านสำหรับที่พักอาศัยจะเน้นความอบอุ่นและดีไซน์ที่เข้ากับบ้าน ส่วนม่านสำหรับอาคารสำนักงานจะเน้นความคุ้มค่า ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการดูแลรักษาง่าย
ทำไมต้องติดม่าน?
ในปัจจุบัน การก่อสร้างอาคารและที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรืออาคารสำนักงานส่วนใหญ่ นิยมออกแบบประตูและหน้าต่างให้เป็นกระจกบานใหญ่ เหตุผลก็เพื่อเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติ ช่วยให้ภายในห้องดูโปร่ง โล่ง สบายตา และสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มตา
อย่างไรก็ตาม การใช้กระจกบานใหญ่ก็มักจะตามมาด้วยความท้าทายในชีวิตประจำวัน เช่น:
- ขาดความเป็นส่วนตัว: เมื่อเราสามารถมองออกไปด้านนอกได้ คนภายนอกก็สามารถมองย้อนกลับเข้ามาเห็นกิจกรรมภายในของเราได้เช่นกัน
- แสงแดดและความร้อนรบกวน: แสงแดดที่ส่องเข้ามาโดยตรงไม่เพียงแต่ทำให้แสบตา แต่ยังนำพาความร้อนสะสมเข้ามาในอาคาร ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักและสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น
ประเภทม่าน
ผลิตจากเนื้อผ้า มีรูปแบบและดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย เช่น
- ม่านจีบ
- ม่านตาไก่
- ม่านพับ
- ม่านลอน
- ม่านหลุยส์
- ม่านกระเช้า
- ม่านยก
- จุดเด่น: ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น หรูหรา ช่วยกรองแสงและพรางตาได้ดี เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย ห้องนอน หรือห้องรับแขก
- ม่านม้วน (Roller Blinds)
- ม่านม้วนดิมเอาท์
- ม่านม้วนแบล็คเอาท์
- ม่านม้วนซันสกรีน
- ม่านม้วนแชงกรีล่า
- ม่านม้วนเมจิกสกรีน
จุดเด่น: ดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย ทนทาน กันน้ำและช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เก็บฝุ่น ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับออฟฟิศสมัยใหม่ หรือห้องที่ต้องการความโปร่งโล่งสไตล์มินิมอล
- ม่านปรับแสง (Vertical Blinds)
-
- ม่านปรับแสงดิมเอาท์
- ม่านปรับแบล็คเอาท์
- ม่านปรับแสงซันสกรีน
จุดเด่น: ดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย ทนทาน กันน้ำและช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เก็บฝุ่น ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับออฟฟิศสมัยใหม่ หรือห้องที่ต้องการความโปร่งโล่งสไตล์มินิมอล
มู่ลี่ไม้ (Wooden Blinds): ผลิตจากไม้แท้และไม้สังเคราะห์ (ไม้เทียม)
- ไม้บาสวูด
- ไม้รามิน
- ไม้บาสวูดพิมพ์ลาย
- โฟมวูด
- จุดเด่น: ช่วยสร้างบรรยากาศที่เรียบง่าย อบอุ่น และดูเป็นธรรมชาติ สามารถปรับองศาใบเพื่อควบคุมทิศทางแสงได้ตามต้องการ ยืดหยุ่นและประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง
- มู่ลี่อลูมิเนียม
ผลิตจากใบอะลูมิเนียมคุณภาพดี น้ำหนักเบา มี 12 รุ่น
- ทึบ 85 มม.
- ทึบ-โปร่ง 85 มม.
- ทึบ 10 มม.
- ทึบ-โปร่ง 10 มม.
- ทึบ 11 มม.
- ทึบ-โปร่ง 101มม.
- ทึบ 11 มม.
- ทึบ-โปร่ง 11 มม.
- ทึบ 12.5 มม.
- โปร่ง 12.5
- ทึบ-โปร่ง 2.5 มม.
- ทึบ ใบหนา
จุดเด่น: ฉากกั้นห้องพีวีซี (PVC)
- แบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้ทันที: ช่วยกั้นแอร์และแบ่งห้องให้เป็นสัดส่วนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องทุบหรือต่อเติมผนังปูน
- ประหยัดพลังงาน: ช่วยกักเก็บความเย็นของเครื่องปรับอากาศไม่ให้ไหลไปยังพื้นที่อื่น ทำให้ห้องเย็นไวและประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น
- ประหยัดพื้นที่ขั้นสุด: ดีไซน์แบบพับทบซ้าย-ขวา เมื่อรูดเก็บแล้วจะชิดติดผนัง ไม่กินพื้นที่ทางเดินหรือพื้นที่ใช้งานในห้อง
- ทนทาน ดูแลรักษาง่าย: ผลิตจากพลาสติก PVC คุณภาพดี ทนความชื้น ไม่เป็นเชื้อรา ไม่เก็บฝุ่น และทำความสะอาดง่ายเพียงแค่เช็ดออก
- ติดตั้งง่ายและคุ้มค่า: ใช้เวลาติดตั้งรวดเร็ว น้ำหนักเบา และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการกั้นห้องด้วยวัสดุประเภทอื่นอย่างมาก
ควรเลือกม่านแบบไหนดี
“แล้วควรเลือกติดม่านแบบไหนถึงจะตอบโจทย์และลงตัวกับพื้นที่ของเรามากที่สุด?”
- คำแนะนำในการเลือกใช้: เหมาะที่สุดสำหรับ บ้านพักอาศัย ห้องนอน และห้องนั่งเล่น ที่ต้องการความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น และเป็นส่วนตัวสูง สามารถเลือกซับผ้าแบล็กเอาต์ (Blackout) ด้านหลังเพื่อกันแสง 100% หรือติดคู่กับผ้าโปร่งเพื่อช่วยกรองแสงแดดให้ละมุนตาได้
-
ม่านม้วน (Roller Blinds): ม่านที่ดึงเปิด-ปิดในแนวดิ่ง และม้วนเก็บเข้ากล่องด้านบนได้อย่างมิดชิด
-
คำแนะนำในการเลือกใช้: เหมาะสำหรับ ออฟฟิศ สำนักงาน หรือห้องในบ้านสไตล์มินิมอล ที่มีพื้นที่จำกัด ม่านชนิดนี้ไม่อมฝุ่น ทำความสะอาดง่าย โดยมีใบม่านให้เลือกตามการกรองแสง เช่น
-
ผ้าซันสกรีน (Sunscreen): กรองแสงแดดแต่ยังมองเห็นวิวภายนอกได้
-
ผ้าแบล็กเอาต์ (Blackout): ทำจาก ผ้าโพลีเอสเตอร์เคลือบพีวีซี ช่วยบล็อกแสงแดดและความร้อนได้ 100% ยอดนิยมมากสำหรับห้องทำงานที่ใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์
-
-
- มู่ลี่ไม้ (Wooden Blinds): ตัวใบม่านเรียงตัวในแนวนอน ผลิตจากไม้แท้หรือไม้เทียม
-
คำแนะนำในการเลือกใช้: เหมาะสำหรับมุมที่ต้องการ กลิ่นอายธรรมชาติสไตล์รีสอร์ต หรือห้องผู้บริหาร ช่วยให้ห้องดูสุขุม มีระดับ สามารถพลิกปรับองศาใบเพื่อรับแสงสว่างโดยที่คนภายนอกยังมองไม่เห็นเราได้
-
-
มู่ลี่อลูมิเนียม (Venetian Aluminum Blinds): แข็งแรง น้ำหนักเบา เส้นสายเรียบง่าย
-
คำแนะนำในการเลือกใช้: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ห้องครัว ห้องน้ำ หรือออฟฟิศ เนื่องจากทนความชื้นได้ดี ไม่กลัวน้ำ เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย และให้ลุคที่ดูโมเดิร์นเป็นระเบียบ
-
ม่านปรับแสง (Vertical Blinds): ใบม่านทิ้งตัวในแนวตั้ง สามารถเลือกวัสดุได้ทั้งแบบผ้าผสม หรือแบบ พีวีซี (PVC) 100%
-
คำแนะนำในการเลือกใช้: เหมาะสำหรับ กระจกบานใหญ่สูงโปร่ง หรืออาคารสำนักงาน เพราะใช้งานง่าย ปรับทิศทางแสงซ้าย-ขวาได้ยืดหยุ่น ตัวใบม่านพีวีซีจะไม่อมฝุ่นเลย เพียงแค่เช็ดฝุ่นออกเบาๆ ก็สะอาดเหมือนใหม่โดยไม่ต้องถอดซัก
-
-
💡 สรุปทริกการเลือกให้ลงตัว
-
เลือกจากบรรยากาศ: ถ้าอยากได้ความนุ่มนวล อบอุ่น ให้เลือก ผ้าม่าน / ถ้าอยากได้ความโมเดิร์น เรียบร้อย สบายตา ให้เลือก ม่านม้วน หรือมู่ลี่
-
เลือกจากพื้นที่: ห้องบานกระจกเล็กๆ หรือห้องแคบ ม่านม้วน จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีที่สุด / ถ้าเป็นห้องกระจกบานใหญ่ในออฟฟิศ ม่านปรับแสง จะตอบโจทย์ความคุ้มค่าและใช้งานง่ายที่สุดครับ
ม่านแต่ละชนิดที่นิยมใช้กันทั่วไป: ข้อดีและจุดเด่นที่น่าสนใจ
เป็นม่านคลาสสิกที่นิยมใช้ตามบ้านและที่พักอาศัยมากที่สุด มีรูปแบบแยกย่อย เช่น ม่านจีบ ม่านตาไก่ ม่านพับ ม่านลอน ม่านหลุยส์ ม่านกระเช้า และม่านยก
-
ข้อดี & จุดเด่น:
-
ดีไซน์หลากหลาย: มีเนื้อผ้า สีสัน และลวดลายให้เลือกนับไม่ถ้วน สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งห้องได้ง่าย
-
สร้างบรรยากาศ: มอบความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนช้อย หรูหรา และอบอุ่น ซึ่งวัสดุประเภทอื่นทำไม่ได้
-
การควบคุมแสงยืดหยุ่น: สามารถทำเป็นม่าน 2 ชั้น (ผ้าทึบ + ผ้าโปร่ง) เพื่อเลือกกรองแสงแดดให้ละมุนตาในตอนกลางวัน หรือปิดทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวในตอนกลางคืนได้
-
ม่านดีไซน์เรียบง่าย ทันสมัย ที่ใช้วิธีดึงเปิด-ปิดในแนวดิ่ง โดยตัวผ้าจะม้วนเก็บขึ้นไปอยู่ในกล่องด้านบนอย่างมิดชิด
-
ข้อดี & จุดเด่น:
-
ประหยัดพื้นที่ขั้นสุด: เมื่อม้วนเก็บแล้วจะเรียบเนียนไปกับผนังหรือวงกบหน้าต่าง ไม่เกะกะสายตา เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่จำกัด
-
ดูแลรักษาง่าย ไม่อมฝุ่น: ส่วนใหญ่นิยมใช้ ผ้าโพลีเอสเตอร์เคลือบพีวีซี (ผ้าแบล็กเอาต์) ซึ่งฝุ่นไม่เกาะ กันน้ำและคราบสกปรกได้ดี เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดก็สะอาดแล้ว
-
สไตล์มินิมอล: เหมาะกับออฟฟิศสมัยใหม่ คอนโด หรือห้องที่ต้องการลุคที่ดูสะอาดตา เรียบง่าย
-
ม่านที่ทำจากใบไม้แท้หรือไม้สังเคราะห์เรียงตัวกันในแนวนอน เป็นสัญลักษณ์ของการตกแต่งที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
-
ข้อดี & จุดเด่น:
-
ปรับแสงได้ละเอียด: สามารถพลิกปรับองศาของใบม่านเพื่อควบคุมปริมาณและทิศทางของแสงแดดได้ตามต้องการ โดยที่ยังคงบังสายตาจากคนภายนอกได้ดี
-
อารมณ์ผ่อนคลายสไตล์รีสอร์ต: ช่วยเปลี่ยนห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาให้ดูอบอุ่น คลาสสิก มีระดับ และใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
-
ใช้พื้นที่น้อย: ใช้พื้นที่ในการติดตั้งและจัดเก็บน้อยกว่าผ้าม่านทั่วไป
-
ม่านแนวนอนที่ผลิตจากใบอะลูมิเนียมคุณภาพสูง มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงทนทาน
-
ข้อดี & จุดเด่น:
-
ทนความชื้น ไม่กลัวน้ำ: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ เพราะไม่ขึ้นราและทำความสะอาดง่าย
-
ลุคโมเดิร์นเป็นระเบียบ: เส้นสายที่คมชัดช่วยให้ห้องดูทันสมัย เป็นสัดส่วน และเรียบร้อย
-
คุ้มค่าทนทาน: มีอายุการใช้งานยาวนาน สีไม่ซีดจางง่ายจากแสงแดด
-
ม่านที่มีใบม่านทิ้งตัวลงมาในแนวตั้ง นิยมใช้ใบม่านที่ทำจากพีวีซี (PVC) หรือผ้าใยสังเคราะห์
-
ข้อดี & จุดเด่น:
-
ตอบโจทย์กระจกบานใหญ่: เหมาะสำหรับหน้าต่างบานสูงโปร่ง ประตูสไลด์ หรือกระจกหน้าอาคารสำนักงาน
-
ปรับทิศทางแสงซ้าย-ขวา: สามารถหมุนใบม่านหลบแสงแดดในมุมต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่นตลอดทั้งวัน
-
สะดวกและเป็นทางการ: ให้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นระเบียบ เรียบร้อย เป็นมืออาชีพ นิยมใช้ในห้องประชุม ออฟฟิศ หรือห้องทำงาน
-
ม่าน ทำจากวัสดุอะไรบ้าง
ความหลากหลายของวัสดุผ้าม่านและการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานที่
ม่านในปัจจุบันผลิตจากวัสดุที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์การใช้งานและสะท้อนอารมณ์ของสถานที่นั้นๆ ได้ดีที่สุด โดยเราสามารถแบ่งกลุ่มการเลือกใช้งานหลักๆ ได้ดังนี้
1. สำหรับที่พักอาศัย (บ้าน คอนโดมิเนียม และโรงแรม)
สถานที่ที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย นิยมใช้ประโยชน์จากวัสดุ 2 ประเภทหลัก คือ:
-
ผ้า (ผ้าม่าน): ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมตลอดกาล เพราะช่วยเพิ่มความนุ่มนวล อ่อนช้อย และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้รู้สึกเหมือนบ้านอย่างแท้จริง
-
ไม้ (มู่ลี่ไม้): สำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง มู่ลี่ไม้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสร้างอารมณ์ผ่อนคลาย ดูเป็นธรรมชาติ และมีกลิ่นอายสไตล์รีสอร์ต
2. สำหรับอาคารสำนักงาน (ออฟฟิศ และสถานที่ทำงาน)
สถานที่ที่เน้นฟังก์ชันการทำงาน ความคล่องตัว และภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ มักนิยมใช้ม่านประเภทอื่นมากกว่าผ้าม่าน เช่น มู่ลี่อลูมิเนียม ม่านม้วน หรือม่านปรับแสง ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
-
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย: เส้นสายของม่านช่วยให้ห้องทำงานดูเป็นระเบียบและทันสมัย
-
ใช้งานง่ายและตอบโจทย์: เปิด-ปิด หรือปรับแสงได้สะดวกรวดเร็วตามความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
-
ดูแลรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก: วัสดุเหล่านี้ไม่อมฝุ่นและทนความสกปรกได้ดี บางประเภท เช่น ม่านปรับแสงอลูมิเนียม แทบไม่ต้องซักหรือทำความสะอาดใหญ่เลย เพียงแค่เช็ดฝุ่นออกก็กลับมาสวยงามเหมือนใหม่
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและตรงใจมากที่สุด เรามาทำความเข้าใจกับ “ม่านแต่ละชนิดที่นิยมใช้กันทั่วไป” กันต่อเลยครับว่า ม่านแต่ละแบบมีข้อดีและจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย ของวัสดุแต่ละประเภท
ม่านแต่ละชนิดผลิตจากวัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งมีเอกลักษณ์ อารมณ์ และบรรยากาศเฉพาะตัว รวมถึงมีข้อดีและข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนเลือกใช้งานดังนี้ครับ
1. ผ้าม่าน (ทำจากผ้า)
-
จุดเด่น: ให้ความรู้สึกสวยงาม นุ่มนวล อ่อนช้อย หากเลือกใช้ผ้าโปร่งจะช่วยกรองแสงให้ละมุนตา สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยเติมเต็มให้บ้านดูเป็น “บ้าน” ที่สมบูรณ์แบบและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
-
จุดด้อย: มีแนวโน้มอมฝุ่นได้ง่าย จำเป็นต้องถอดซักทำความสะอาดเป็นระยะ และมักจะมีค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่าม่านประเภทอื่น
2. มู่ลี่ไม้ (ทำจากไม้แท้ / ไม้เทียม)
-
จุดเด่น: มอบความสวยงามเป็นระเบียบ เส้นสายเรียบง่ายแต่หรูหรา ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สามารถพลิกปรับองศาใบเพื่อควบคุมทิศทางและปริมาณแสงได้ตามต้องการ และเมื่อรูดเก็บจะใช้พื้นที่น้อยมาก
-
จุดด้อย: เนื่องจากมีลักษณะเป็นใบม่านเรียงซ้อนกันในแนวนอน ฝุ่นจึงเกาะบนหลังใบได้ง่าย จำเป็นต้องหมั่นปัดฝุ่นทำความสะอาดบ่อยๆ (แนะนำให้ใช้ไม้ขนไก่หรือผ้าแห้งเช็ด)
3. ม่านปรับแสงอลูมิเนียม (ทำจากอลูมิเนียม)
-
จุดเด่น: ให้ลุคที่ดูโมเดิร์น สวยงาม สะอาดตา และเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี พลิกใบได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อเปิดรับแสงหรือพรางสายตาจากภายนอก
-
จุดด้อย: รูปลักษณ์อาจดูแข็งกระด้างและทึบตันไปบ้าง มีความยืดหยุ่นจำกัด และเมื่อโดนลมพัดแรงๆ ใบม่านที่กระทบกันอาจทำให้เกิดเสียงดังรบกวนได้
4. ม่านม้วน (ทำจากพีวีซี / โพลีเอสเตอร์)
-
จุดเด่น: ดีไซน์ทันสมัย เรียบง่ายสไตล์มินิมอล ม้วนเก็บได้มิดชิดทำให้กินพื้นที่น้อยมาก ใช้งานง่าย และไม่อมฝุ่น
-
จุดด้อย: ในแง่ของความหรูหรานุ่มนวลอาจจะน้อยกว่าผ้าม่าน การเปิด-ปิดทำได้เพียงในแนวดิ่ง (ขึ้น-ลง) เท่านั้น ไม่สามารถปรับองศาใบเพื่อเบี่ยงทิศทางแสงได้ และไม่สามารถนำไปซักได้ หากเกิดคราบสกปรกฝังลึกอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนผืนใหม่
ข้อมูลเพิ่มเติม: นอกจากวัสดุหลักๆ เหล่านี้แล้ว ปัจจุบันยังมีวัสดุนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางได้ดียิ่งขึ้น เช่น ม่านรังผึ้ง (Honeycomb Blinds) ที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยซับเสียงและเป็นฉนวนกันความร้อน หรือม่านที่เคลือบสารสะท้อนรังสีความร้อนเพื่อช่วยประหยัดพลังงานในบ้านครับ
วัสดุแต่ละชนิดมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกันอย่างไร
ม่านมีหลายชนิด หลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีเอกลักษณ์ ความเหมาะสม อารมณ์ และบรรยากาศที่ต่างกัน หรือเพื่อคุณสมบัติบางอย่างตกและเป็นไปตามความต้องการ การเลือกใช้ม่าน ให้ตรงการใช้งานมากที่สุด
1.วัสดุทำจากผ้า ผ้าม่าน
- จุดเด่น ให้ความสวยงาม นุ่มนวล อ่อนช้อย กรองแสง (สำหรับผ้าโปร่ง) ให้ความอบอุ่น ที่สำคัญสุด ทำให้บ้านป็นบ้านมากขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้น
- จุดด้อย อบฝุ่น ต้องซัก ทำความสะเป็นระยะ ค่าใช้จ่ายจะมากกว่า
2.ไม้ มู่ลี่ไม้
- จุดเด่น ให้ความสวยงาม เป็นระเบียบ ให้อารมณ์พักผ่อน ผ่อนคลาย พลิกใบ ปรับแสงได้ รูดเก็บกินพื้นที่น้อย
- จุดด้อย เนื่องจากเป็นวัสดุไม้ กระกอบเป็นแนวนอนเรียงซ้อนกัน ฝุ่นอาจเกาะได้ง่าย ตัองมั่นทำความสะอาดโดยไม้ใช้ไม้ขนไก่
3.อลูเมียม ม่านปรับแสง
- จุดเด่น สวยงาม เป็นระเบียบ กันแสงได้100% พลิกใบเพื่อการมองเห็นและและปรับแสงให้แสงผ่านตามต้องการ
- จุดด้อย ดูแข็ง ยีดหยุ่นตัวจำกัด โดนลมใบกระกบกันมีเสียงดัง
2.พีวีซี โพลีเอสเตอร์ ม่านม้วน
- จุดเด่น ทันสมัย กินพื้นที่น้อย ใช้งานง่าย
- จุดด้อย ความงามน้อยกว่า เปิด-ปิด แนวดิ่ง ซักไม่ได้ ถ้าสกปรกต้องเปลี่ยน
ยังมีวัสดุอีกหลายชนิด ทีใช้ประโยชน์ได้ใกล้เคียงกัน มีข้อเด่นเพิ่มบางประการ เช่นม่านรังผึ้งช่วยซับเสงได้ หรือบางประเภทช่วยสะท้อยความร้อนได้
ความหลากหลายของวัสดุผ้าม่านและการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานที่
ม่านในปัจจุบันผลิตจากวัสดุที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์การใช้งานและสะท้อนอารมณ์ของสถานที่นั้นๆ ได้ดีที่สุด โดยเราสามารถแบ่งกลุ่มการเลือกใช้งานหลักๆ ได้ดังนี้ครับ
การเลือกใช้ม่าน สำหรับความเหมาะสม ความสวยงาม หรือเหตุผลอื่นๆ ทำให้ม่านมีการ การพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเป็นไปตามยุคสมัย และที่สำคัญเป็นไปตามความต้องการของมนุษยที่ต้องการไม่มีที่สิ้นสุด ความสวย แตกต่าง และหนีความจำเจ ในแง่ของความแตกต่างทำให้ม่านแตกแยกย่อย โดยการนำวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น ในเรื่องของการก้นน้ำ กันไฟ กันแสง กรองแสง ปรับแสง หรืออื่นๆ ทำให้เกิดวัสดุที่เรานำมาใช้ทำม่านซึ่งมีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันไป
1.ผ้าม่าน วัสดุจากผ้า
ผ้าม่าน
- จุดเด่น ให้ความสวยงาม นุ่มนวล อ่อนช้อย กรองแสง (สำหรับผ้าโปร่ง) ให้ความอบอุ่น ที่สำคัญสุด ทำให้บ้านป็นบ้านมากขึ้น สมบูรณ์แบบมากขึ้น
- จุดด้อย อบฝุ่น ต้องซัก ทำความสะเป็นระยะ ค่าใช้จ่ายจะมากกว่า
ผ้าม่าน
ให้ความ นุ่นนวล อ่อนช้อย
ม่านที่ทำจากวัสดุที่เป็นผ้า ที่เรียกว่าผ้าม่าน ด้วยความที่เป็นผ้า ก็จะให้ความรู้สึกที่ อ่อนนุ่ม นุ่มนวล อบอุ่น อ่อนโยน ซึ่งก็เหมาะสำหรับการนำมาใช้กับบ้านหรือที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องรับรอง หรือห้องอื่น และผ้าม่านเองก็มีหลายรูปแบบ เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านหลุยส์ ม่านพับ ม่านกล่อง ม่านกระเช้า ม่านยก ม่านตาไก่ หรือม่านอื่นๆ
ผ้าม่านแต่ละแบบก็จะให้อารมย์ ความรู้สึกแตกต่างกันไป ผ้าม่านหลุยส์ให้ความรู้สึกที่ หรูหรา สวยงาม ภูมิฐาน มีระดับ เหมาะกับบ้านหลังใหญ่ โอ่โถง มีการตกแต่งบ้านโดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์บิวอินที่เน้นรูปแบบลวดลายอย่างชัดเจน ผ้าม่านจีบก็จะให้ความเป็นระเบียบ เรียบง่าย เหมาะกับบ้านทั่วไป หรืออาคาร ต่างๆ ที่ต้องการความเป็นระเบียบ เน้นการใช้งานเรื่องการกันแดด กันแสง และไม่เน้นความหรูหราสวยงาม ส่วนม่านพับก็จะให้ความรู้สึก เรียบ สบายๆ ในสไตล์โมเดิร์น เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหนีความจำเจเพื่อให้ได้ความแตกต่าง และม่านกระเช้าให้ความรู้สึก สงบเรียบง่าย สไตล์คลาสสิค เป็นต้น
2.มู่ลี่ วัสดุจากไม้
มู่ลี่
- จุดเด่น ให้ความสวยงาม เป็นระเบียบ ให้อารมณ์พักผ่อน ผ่อนคลาย พลิกใบ ปรับแสงได้ รูดเก็บกินพื้นที่น้อย
- จุดด้อย เนื่องจากเป็นวัสดุไม้ กระกอบเป็นแนวนอนเรียงซ้อนกัน ฝุ่นอาจเกาะได้ง่าย ตัองมั่นทำความสะอาดโดยไม้ใช้ไม้ขนไก่
มู่ลี่ไม้
ให้อารมณ์พักผ่อน ผ่อนคลาย
ม่านที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเช่น ไม้ เยื้อไม้ ไม้ไผ่ หรือวัสดุที่มาจากธรรมชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมู่ลี่ไม้,ม่านม้วน ก็จะให้ความรู้สึกที่คลาสสิค นุ่มนวล ผ่อนคลาย สบายๆ เหมาะกับห้องพักผ่อน ห้องนั่งเล่น หรือไม่สถานบริการ นวด สปา สโมรสร หรืออื่นๆ
ด้วยอารมย์วัสดุทีทำจากธรรมชาติ คนโดยส่วนใหญ่เมื่ออยากพักผ่อนจะนึกถึงธรรมชาติ ต้นไม้ ใบไม้ เพราะฉนั้นม่านที่ม่านทำจากวัสดุธรรมชาติ ก็จะให้ความรู้สึกที่ว่าในแบบที่แตกต่างจากที่วัสดุอื่นไม่มี
3.ม่านปรับแสง วัสดุจากอลูมิเนียม
ม่านปรับแสง
- จุดเด่น สวยงาม เป็นระเบียบ กันแสงได้100% พลิกใบเพื่อการมองเห็นและและปรับแสงให้แสงผ่านตามต้องการ
- จุดด้อย ดูแข็ง ยีดหยุ่นตัวจำกัด โดนลมใบกระกบกันมีเสียงดัง
ม่านปรับแสงอลูมิเนียน
ก้นแสงได้100%
ม่านที่ทำจากวัสดุโลหะ เช่นม่านปรับแสงหรือมู่ลีก็จะให้ความรู้สึก สงบ เป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับห้องทำงานที่ต้องการเป็นส่วนตัว เพราะว่าม่านที่ทำจากโลหะไม่ว่าจะเป็นมู่ลี่หรือม่านปรับแสงนั้นจะมีคุณสมบัติในการ กันความร้อน และสะท้อนความร้อนได้และสามารกันแสง กันร้อน อีกทั้งยังประหยัดเนื้อที่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพื้นที่ติดตั้งและพื้นที่ที่ต้องเผื่อออกรอบวงกบ โดยไม่ต้องเผื่อความกว้าง ความสูง เหมือนผ้าม่าน หรือพื้นที่ในการเก็บ
ในส่วนความหนาที่ยื่นออกจากผนังก็น้อยกว่า กรณีกระจกที่เป็นกรอบอลูมิเนียมสามารถทำมูลี่เข้าไปในช่องได้เลยโดยไม่มีส่วนยื่นออกมาให้เกะกะ ทำให้ลงตัวกับสถานที่โดยเฉพาะ ออฟฟิต สำนักงาน หรือสถานที่อื่นๆ ที่ต้องการคุณสมบัติดังกล่าว
4.ม่านม้วน วัสดุจาก โพลีเอสเตอร์ พีวีซี
ม่านม้วน
- จุดเด่น สวยงาม เป็นระเบียบ กันแสงได้100% พลิกใบเพื่อการมองเห็นและและปรับแสงให้แสงผ่านตามต้องการ
- จุดด้อย ดูแข็ง ยีดหยุ่นตัวจำกัด โดนลมใบกระกบกันมีเสียงดัง
ม่านม้วนพีวีซี
เรียบงาย สวยงาม ทันสมัย กินพื้นที่น้อย
ม่านที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ เช่น ผ้าเคลือบสาร ไฟเบอร์ โพลีเอสเตอร์ สามารถกันแดดแต่ปล่อยแสงผ่านได้ เพราะใบม่านมีความโปร่งแสง มีทั้งม่านม้วน,ม่านพาแนลแทรค ม่านปรับแสง ส่วนม่านปรับแสงมีข้อดีคือ สามารถปรับแสงได้โดยม่านปรับแสงที่ทำจากวัสดุทึบแสงที่แสงไม่สามารถผ่านได้ เมื่อบางเวลาที่ไม่ต้องการแสงหรือต้องการแสงมากหรือแสงน้อยก็สามรถปรับองศาของใบม่าน กำหนดให้แสงผ่านได้ตามความต้องการ ในบางชนิดสามารถมองผ่านใด้ เช่น ม่านปรับแสงซันสกรีน(sunsgreen) โดยตัวม่านทำหน้าที่กรองแสงมีค่าให้แสงผ่านได้แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ และสามรถกันความร้อนและแสง(UV) ได้มากเกือบ 100% วัสดุของม่านปรัปแสงบางอย่างปล่อยให้แสงผ่านเข้ามามากถึง80-90% แต่ไม่ยอมให้แดดผ่านเข้าไปได้ ซึ่งมีผลดีต่อออฟฟิต สำนักงาน ที่สามารถช่วยประหยัดค่าไฟโดยไม่ต้องเปิดไฟทุกดวงในเวลากลางวัน ไม่ต้องเปิดไฟมากเกินความจำเป็น เนื่องจากแสงจากภายนอกสามารถผ่านเข้าไปได้ ในเรื่องความสวยงามและบรรยากาศ ก็จะดูเรียบ มีระเบียบ ลงตัว เหมาะกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ที่ให้ความรู้สึก โล่ง โปร่ง สบาย ไม่ทึบ ไม่อึดอัด ให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพลดผลกระทบด้านสถานที่หรือบรรยากาศการทำงาน

